Food,  Restaurants

ร้าน Gaa Bangkok (หลังสวน) รสชาติที่น่าหลงไหล

ร้าน Gaa เป็นร้านอาหาร น้องใหม่ ที่ตั้ง อยู่ในซอย หลังสวน ตรงข้ามร้าน ลูกพี่อย่าง ร้าน Gaggan

ชื่อ Gaa มาจากตัวย่อ ของเจ้าของร้านครับ เชพสาวเชื้อสายอินเดีย มากประสบการณ์ Garima Arora

เชพมีประสบการณ์ จากมากมาย กับ เชพชื่อดัง อย่าง Gordon Ramsay หรือ ร้านอาหาร ที่ได้รับ ดาวมิชิลิน ต่างๆ จน มาร่วมงานกับ เชพ Gaggan และ เปิดร้าน Gaa ในที่สุด

ถ้าจะบอกตรงๆว่าร้าน Gaa เป็นอาหาร สัญชาติไหน คงตอบได้ยากครับ แต่เท่าที่ได้ไปทานมา เป็นอาหาร เอเชีย ที่มีกลิ่นอาย อาหารอินเดีย แต่ ไม่ใช่ อินเดีย ที่มีแกง หรือ เครื่องเทศจัดๆ เรียกได้ว่า เชพนำเครื่องเทศต่างๆจาก อินเดีย มาชูรส และ กลิ่น ของแต่ละจาน ให้มี เอกลักษณ์ มากขึ้นต่างหาก

เริ่มกันเลยดีกว่า!!! อาหารเสริฟมาแต่ละจาน เรียกว่า มีทั้ง งง ทั้ง ว๊าว เพราะมองจากภายนอก ไม่รู้ว่าคืออะไร บางจานเสริฟเป็นใบไม้มาบนต้นไม้บ้างก็มี เรียกได้ว่า เปิดประสบการณ์ พิเศษๆ ได้ดีเลยที เดียว ไม่เหมือนร้านอื่นๆที่ไปทานมา

วันนี้เลือก คอร์ส 14 คอร์ส ราคา 2800 บาท ++ ครับ และ ยังเลือก จานพิเศษ ที่เป็น มะพร้าวกับไข่ปลาคาเวียร์อีกด้วยเพิ่ม จานละ 700 บาท รวมเป็น 15 จาน

โดยในแต่ละจานจะมีเชพที่รับผิดชอบจานนั้นๆ เดินมาอธิบาย ก่อนรับประทานครับ

จานแรก!!! พร้อมเสริฟ เชพบอกว่านี่คือ ซุปครับ มาแบบ งงๆครับ หน้าตามาเหมือนน้ำส้มและมีโยเกริต ตรงกลาง

แต่พอตักเข้าปากไปแล้ว ว๊าว มาก เปรี้ยว หอม หวาน เย็นๆ มัน คือ ซุป มะยงชิด ทานพร้อมกับ ชีสสด มีน้ำมันพริก นิดหน่อย พอให้ ซ่าๆในปาก จานนี้ทาน เพื่อความสดชื่อ พร้อมกระตุ้นต่อมรับรสในปาก

จานที่ สอง เสริฟ มาทั้งต้นไม้เลยครับ ยกมาทั้งต้น พร้อมเชพเดินมาอธิบาย

ให้เราหยิบใบไม้มาทานได้เลย แต่ต้นไม้กินไม่ได้!!!

พอหยิบมาแล้ว เห้ยมันคือ ใบชะพูล นี่หว่า เชพ อธิบายว่า เอาใบชะพลู นี้ไป แช่ใน ซอสเป็ด และ เกลือจากอินเดีย นำ ไป อบให้แห้ง จนกรอบ รสชาติหอม หวาน ครับ เป็นอะไรที่แปลกดี

จานที่สาม เป็ด โดนัท ครับ เสริฟมาเป็นลูก ร้อนๆคล้ายๆ ทาโกะยากิ ของญี่ปุ่น

พอกัดเข้าไปแล้ว เป็น ไส้เนื้อเป็ด ผสมแกงรสชาติเข้มข้น รสชาติเหมือน แกงเผ็ดเป็ดย่างผสมกับ pull pork ครับ

จานต่อไป จานที่ 4 มันคือ ผักฮีน ของทางภาคเหนือเรา อบกรอบ วาง บน flat bread ของทางอินเดียและ ทา Brown butter ที่ทำมาจาก น้ำตาลอ้อย ลงมาด้วย รสชาติหวานๆ ตัดกับผักกรอบขมนิดๆ เข้ากันดี

จานที่ ห้า แล้ว จานนี้คือ ตับไก่บดแช่เย็น นำมาขูดสไลด์ บางๆเหมือน เกล็ดน้ำแข็ง ทานบนขนมปังที่มีลิ้นจี่

ก็แปลกดี ครับ แต่ไม่ ค่อยโดดเด่นเหมือนจานอื่นเท่าไหร่

จานที่ 6 จานนี้คือจาน ทีเด็ดของที่ร้าน ผมชอบจานนี้ที่สุดในทั้งหมด 15 จาน

มันคือข้าวโพดอ่อน ธรรมดาๆออแกนิค ไร้สาร นี่แหละครับ แต่เอาไปย่างจนหอม ดึงฝักข้างในออกมา ทาด้วย พริก มะนาว เกลือ เวลาทาน ให้จิ้มกับ ซอส Butter corn ทำมาจาก ข้าวโพดและครีม เข้ากันอย่างดี

เชพได้แรงบันดาลใจมากจาก street food หรือ อาหารข้างถนน ของอินเดียครับ ไม่น่าเชื่อ ข้าวโพดอ่อน เอามาทำแบบนี้อร่อย รสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดปลายลิ้น แทรกความหวาน ของข้าวโพดย่าง หอม กรอบๆจิ้มครีมคือความ อร่อย!!!

จานที่ 7 มัน คือ พายไส้กะหล่ำดอก และ ครีมชีส อบมาพร้อมเครื่องเทศ มีน้ำซอส ผักดอง ต่างๆมาให้ทานเป็นเครื่องเคียง

จานนี้แนะนำ ให้ใส่เคืองเคียงทุกอย่างลงไปก่อนทานครับ จะอร่อย อย่าทานเปล่าๆมันจืดไปหน่อย

จานนี้คือตัวตัดกำลังเลย เกือบอิ่ม

มาได้ครึ่งทางแล้ว ต่อกันเลยจานที่ 8 จานนี้เป็นจานพิเศษที่ต้องสั่งเพิ่มครับ 700 บาท

เป็นเนื้อมะพร้าวอ่อน ขูดเป็นแผ่นพร้อมน้ำมะพร้าวแช่เย็นๆ ทานกับ ไข่ปลาคาเวียร์จาก โครงการหลวง พร้อม น้ำมันใบเตย เขียวๆ ด้านบน เพิ่มความสดชื่น และทาน ปรับรสในปาก

(ความเห็นส่วนตัวครับ จานนี้ผมรู้สึกว่าไม่คุ้มเท่าไหร่ รสชาติงั้นๆเหมือนทานน้ำมะพร้าว และ มีไข่ปลาเค็มๆ และ รู้สึกราคาแพงเกินไป แต่สำหรับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาจจะชอบครับ เราแค่เคยชินกับ มะพร้าวแบบนี้ที่หาทานได้ทั่วไป)

ต่อกัน จานที่ 9 เลย เข้า เริ่มอาหารจานหลัก จานนี้เป็นกุ้ง กับ ส้มโอ ครับ วางมาบน flat bread กรอบๆ ของอินเดีย

กุ้งหั่นมาแล้วครึ่งนึง ให้ทาน 2 คำครับ สุกเนื้อเด้งกำลังดี แต่ไม่มีอะไรเด่นมาก

จานที่ 10 เป็น หอยเชลล์ นำมา sear บนกระทะ วางลงบน ซอส เต้าหู้หมัก21วัน และ นำมาทำให้เข้มข้น รสชาติ ออกเปรี้ยวนิดๆ เค็มๆ ทานคู่กับ เกี๊ยวถั่วลูกไก่ อร่อยดีครับ

จานที่ 11 ขนมลา จากทางใต้ของบ้านเรานี่แหละครับ นำมาทำเป็นแบบ ทาโก้ ของ แม็กซิกัน พร้อมกับ เป็นแผ่นนมนำไป ทำให้เข้มข้น (reduction) และ ไส้เป็นปลาเก๋า ครับ คำนี้อร่อยดี ข้างนอกกรอบๆ หอม อร่อย

จานที่ 12 จานสุดท้ายในหมวดของคาว เป็นซี่โครงหมู ที่เอาไปอบถึง 19 ชม. ในซอสมะขาม และนำมาย่างต่อให้หอ ทานพร้อมกับ ทับทิม หอมแดง และ ต้นหอม นุ่มและกัดไป เนื้อหลุดออกมาเป็นชิ้นๆจากกระดูกเลย

แต่เนื่องจากอิ่มแล้ว ความอร่อยมันเลยไม่ สุดครับ แต่ชมว่า ไอเดียดี สำหรับจานนี้

จานที่ 13 ของหวานเมนูแรก เสริฟมาตอนแรกนึกว่าไวน์ขาว จริงๆแล้วคือ มันคือ น้ำกล้วย ครับ ทานคู่กับ เครกเกอร์ ข้าวไรซ์เบอรี่ ก็เข้ากันดี น่ะ อารมณ์เหมือนกิน เค้กกล้วยหอม ในอีก เวอร์ชั่นนึง

จานที่ 14 อิ่มขนาดนี้ เจอ ไอครีม soft serve อีก!!!! โอ้โห ทานหมดสิครับ 555

อันนี้ดีจริง เป็นซอฟครีม น้ำตาลไหม้ รสชาติขมๆ เข้มๆ เหมือนกาแฟ และ คาราเมล โรยหน้ามาด้วย หมูหยอง

อ่านไม่ผิดครับ หมูหยอง จริงๆ และ ที่สำคัญ มันเข้ากันมากๆ น่ะ ส่วนโคน ทำมาจากข้าวแดงครับ กรอบดี

จานสุดท้าย จานที่ 15 ท้ายที่สุด ปิดด้วย การเสริฟ ใบไม้

มันคือ ใบชะพลู ครับ ครึ่งนึ่งนำมาชุบกับ ดาร์คช๊อคโกแล็ต และ อีกครึ่งนึ่ง เป็น ผงดอกกุหลาบเชื่อมครับ หยิบขึ้นมาทานทั้งใบ เป็น เหมือนของหวานจานสุดท้าย ทานหอมเพื่อ ปิดคอร์สครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เป็นอาหาร ที่มี สไตล์เป็นของตัวเอง ไม่เหมือนใคร เป็น ประสบการณ์ ที่ดีครับ

ได้ สัมผัส อาหาร ที่รวมเทคนิคต่างๆ จากทั่วโลกนำมาผสม เป็นอาหารในเแบบของเชพ Garima Arora

ใครมีโอกาส ก็น่าไปลองซักครั้งครับ มื้อนี้ทาน 2 คน ค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 บาท ครับ มี เพิ่ม มะพร้าวคาเวีย 700 บาท และ ค่าน้ำดื่มด้วย เมนูอาจเปลี่ยนแปลงไปตาม ฤดู น่ะครับ

สำหรับคุณผู้หญิงแนะนำ 10 คอร์ส พอครับ 14 คอร์ส อิ่มจริงจังมาก

ขอบคุณ ที่รับชมครับ

หากชอบ อย่าลืมกด ไลค์ และ subscribe ครับ

GUD FOOD YOUTUBE

GUD FOOD Facebook

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *